วัดแสนเมืองมา
1. ประวัติความเป็นมาและเรื่องราวของวัดแสนเมืองมา
วัดแสนเมืองมา หรือที่ชาวบ้านในท้องถิ่นมักเรียกกันในชื่อเดิมว่า "วัดมาง" เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านมาง ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา วัดแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่สถานประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเปรียบเสมือนลมหายใจและหน้าประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ "ชาวไทลื้อ" ในประเทศไทย
ประวัติศาสตร์การก่อตั้งวัดเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หรือประมาณปี พ.ศ. 2351 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ย้อนกลับไปในยุคนั้น ได้เกิดสงครามและการกวาดต้อนผู้คน ชาวไทลื้อจาก "เมืองมาง" ในเขตปกครองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ตอนใต้ของประเทศจีน ได้ถูกเจ้าเมืองน่านกวาดต้อนให้อพยพลงมาทางใต้ และในที่สุดได้มาตั้งถิ่นฐานสร้างชุมชนใหม่ที่บริเวณอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยาในปัจจุบัน
ชาวไทลื้อเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า เมื่อตั้งรกรากอย่างมั่นคงแล้ว จึงได้ร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจ โดยให้ชื่อว่า "วัดมาง" ตามชื่อเมืองเดิมที่ตนจากมา เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงถิ่นฐานบ้านเกิด ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดแสนเมืองมา" ซึ่งมีความหมายอันเป็นมงคล สื่อถึงการมีผู้คนจำนวนมาก (เป็นแสนคน) จากหลากหลายเมืองเดินทางมาเยือนและร่วมกันทำบุญ
ด้วยความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศขึ้นทะเบียนวิหารวัดแสนเมืองมาให้เป็น "โบราณสถานแห่งชาติ" เมื่อปี พ.ศ. 2527 ซึ่งเป็นการการันตีถึงความสำคัญของวัดแห่งนี้ในฐานะมรดกของชาติ
2. รายละเอียดแหล่งเรียนรู้และจุดเด่นภายในวัด
วัดแสนเมืองมาเป็นแหล่งเรียนรู้แบบเปิด (Open Learning Space) ที่ผู้เรียนสามารถเข้ามาศึกษาทั้งในด้านศิลปะ สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และสังคมวิทยา โดยมีจุดที่น่าสนใจสำหรับการศึกษา ดังนี้
สถาปัตยกรรมวิหารศิลปะไทลื้อผสมล้านนา วิหารของวัดแสนเมืองมาได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในช่วงปี พ.ศ. 2490 และ พ.ศ. 2532 แต่ยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดดเด่นด้วยหลังคาที่ซ้อนลดหลั่นกันหลายชั้น (หลังคาแบบ 2 ชั้น) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทลื้อที่ไม่นิยมทำหลังคาสูงโปร่ง หน้าบันและหลังคาประดับด้วยช่อฟ้าที่แกะสลักเป็นรูปหงส์และตัวนาคคาบแก้วอย่างวิจิตรบรรจง ประตูทางเข้าสู่วิหารทำเป็นสามมุข โดยแต่ละมุขมีการปั้นสัตว์ที่เชื่อว่าทำหน้าที่ปกป้องศาสนา ได้แก่ พญานาค เสือ และสิงห์
ภาพจิตรกรรมฝาผนัง (ฮูปแต้ม) ภายในวิหาร ผู้เรียนจะได้พบกับภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม ซึ่งบอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวไทลื้อได้อย่างมีชีวิตชีวา ภาพวาดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ (เช่น การนุ่งซิ่นลายน้ำไหล การโพกศีรษะ) การประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประเพณีการทำบุญ พิธีสงกรานต์ ไปจนถึงประวัติการอพยพจากสิบสองปันนา ถือเป็นสื่อการเรียนรู้ทางสายตา (Visual Learning) ที่ยอดเยี่ยม
พระประธานพุทธศิลป์เชียงแสน ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย ซึ่งสร้างขึ้นตามคติพุทธศิลป์แบบเชียงแสน อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้าน ถือเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะแบบไทลื้อเพียงองค์เดียวที่พบในอำเภอเชียงคำ
พิพิธภัณฑ์สถานอริยาลังการอนุสรณ์ พ.ศ. 2534 แหล่งเรียนรู้ที่สำคัญที่สุดภายในวัดคือ พิพิธภัณฑ์ศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อ ที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุและข้าวของเครื่องใช้ในอดีต ภายในจัดแสดงเรือนไทลื้อจำลอง (เช่น เฮือนไทลื้อแม่แสงดา) เครื่องมือการเกษตร เครื่องปั้นดินเผา พระพุทธรูปไม้แกะสลักโบราณ และที่สำคัญคือ "ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาการทอผ้าลายน้ำไหลอันเลื่องชื่อของชาวไทลื้อเชียงคำ
3. ข้อมูลสถานที่ตั้งและการเข้าชม
ที่อยู่: 113 บ้านมาง หมู่ที่ 4 ถนนเชียงคำ-พะเยา ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา รหัสไปรษณีย์ 56110
พิกัดแผนที่ (Google Maps):
คลิกเพื่อดูแผนที่ ละติจูด (Latitude): 19.5217182
ลองติจูด (Longitude): 100.3018187
เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 – 17.00 น. (สำหรับพิพิธภัณฑ์ หากมาเป็นหมู่คณะควรติดต่อทางวัดล่วงหน้า)
ค่าเข้าชม: ฟรี (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)
สิ่งอำนวยความสะดวก:
ลานจอดรถกว้างขวาง สามารถรองรับรถยนต์ส่วนตัวและรถบัสทัศนศึกษาได้
ห้องน้ำสาธารณะสะอาด แบ่งแยกชาย-หญิง
ป้ายสื่อความหมายและป้ายให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ (ภาษาไทยและภาษาจีนบางจุด)
สามารถติดต่อมัคคุเทศก์ท้องถิ่นหรือวิทยากรชุมชนเพื่อให้ความรู้แก่นักเรียน/นักศึกษาได้ (ต้องประสานงานล่วงหน้า)
พิกัดแผนที่
คลิกเพื่อเปิดดูเส้นทางแผนที่
เปิดใน Google Mapsคำชี้แจงก่อนทำแบบทดสอบ
โปรดอ่านเงื่อนไขก่อนเริ่มทำแบบทดสอบเพื่อรับเกียรติบัตร
แบบทดสอบวัดความรู้
ตอบคำถามให้ครบทุกข้อผลการทดสอบ
รายละเอียดผลสอบ