ประมาณ 70 – 80
ปีก่อน พ.ศ 2427 เจ้าเมืองน่านและเจ้าเมืองพะเยา มีการติดต่อค้าขายกัน โดยใช้เส้นทางจากจังหวัดน่าน
– บ้านสวด ถึงเชียงม่วน และต่อไปอำเภอดอกคำใต้ โดยในอำเภอเชียงม่วนจะต้องข้ามแม่น้ำยมและหยุดพัก
1 คืน เมื่อว่างจากการรับใช้เจ้าเมืองแล้วคณะของ ผู้ติดต่อตามก็ออกสำรวจรอบๆ
บริเวณ พบว่าด้านทิศตะวันตกของแม่น้ำยมสามารถสร้างที่อยู่อาศัยและเป็นที่เพาะปลูก
เป็นที่อาศัยได้ ภายหลังจึงขออนุญาตเจ้าเมืองน่าน มาตั้งบ้านเรือนอยู่ประมาณสิบกว่าครอบครัว
(นายหวัด สืบแสน ผู้ให้สัมภาษณ์) ประกอบด้วยผู้ร่วมคณะดังนี้
1.
แสนหลวงวงค์
2.
แสนเวียงงอก
3.
แสนจักร
4.
แสนเห็นโอ้ม
5.
แสนหลวงท้าวพระการ
6.
ขุนเสนา(ไม่ทราบนามสกุล)
7.
นายพรหม
พรมรักษ์ (ขุนอภิรักษ์สารคาม)
ในปี พ.ศ. 2486 ขุนอภิรักษ์ สารคาม กำนันตำบลสระขณะนั้น
ได้พัฒนาหมู่บ้าน และบริจาคที่ดินเนื้อที่
6,883 ตารางเมตร ให้เป็นที่หรับสร้างโรงเรียนและต่อมา
มีราษกรหมู่บ้านใกล้เคียงมาสมทบ ทำให้เป้นชุมชนขนาดใหญ่ ปัจจุบันแบ่งเป็น 5
หมู่บ้าน
การประกอบอาชีพ ยึดงานเกษตรกรรมเป็นหลัก
ในการดำรงชีวิต และในบริเวณทิศตะวันตก ของหมู่บ้าน มีบริษัทเหมืองเชียงม่วนสัมปทาน
ขุดแร่ลิกไนท์ ทำให้สภาพของราษฏรเปลี่ยนแปลงอาชีพไปบางส่วน
สถานศึกษาของหมู่บ้านสระ ไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่ามีการก่อตั้งในปี พ.ศ. ใด แต่ที่ระบุในปี พ.ศ. 2472 นายอินผาย
ราชเทียร ได้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ โดยสร้างตรงเรียนในเขตธรณีสงฆ์ของวัดสระเหนือ
ในที่ดิน 1 งานเศษ ต่อมาก็ย้ายโรงเรียนไปตั้งในที่ของขุนอภิรักษ์สารคามบริจาค
(บริเวณสถานีอนามัยในปัจจุบัน) เมื่อจำนวนนักเรียนมากขึ้นจึงย้ายมาตั้งในที่ดินนายเพียว ตันบรรจง บริจาคในที่ดิน
, 2540)
ศาสนสถาน มีจำนวนวัด2แห่ง คือวัดสระใต้ โดยวัดสระสร้างเมื่อ
พ.ศ. 2427 ในที่ดิน
และวัดสระใต้สร้างเมื่อ พ.ศ . 2525 ซึ่งวัดทั้งสองแห่งสังกัดคณะสงฆ์นิกายมหายาน (องพุทธศาสนา 2532:964
- 965)