กิจกรรมส่งเสริมการอ่านออนไลน์ "แหล่งซากดึกดำบรรพ์เหมืองเชียงม่วน"
แหล่งซากดึกดำบรรพ์เชียงม่วน
ขุมทรัพย์ทางธรณีวิทยาแห่งล้านนา จังหวัดพะเยา
อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ไม่ได้มีเพียงธรรมชาติที่งดงามหรือวิถีชีวิตชุมชนที่เรียบง่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญระดับประเทศในด้านธรณีวิทยา เพราะที่นี่คือ “แหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์” ที่ช่วยเปิดหน้าประวัติศาสตร์ของโลกเมื่อหลายล้านปีก่อนให้มนุษย์ได้ศึกษา
พื้นที่เชียงม่วนเป็นแอ่งสะสมตะกอนขนาดใหญ่ในยุคเทอร์เชียรี ซึ่งเป็นช่วงเวลาประมาณ 65–2 ล้านปีก่อน ตะกอนดิน หิน และซากสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ได้ถูกทับถมสะสมอยู่ใต้พื้นดินเป็นเวลายาวนาน จนกลายเป็นแหล่งถ่านหินลิกไนต์และแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญของประเทศไทย
เหมืองถ่านหินเชียงม่วน : แหล่งพลังงานและแหล่งฟอสซิล
เหมืองถ่านหินเชียงม่วนเคยเป็นแหล่งผลิตถ่านหินลิกไนต์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าและปูนซีเมนต์ โดยมีการดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี พ.ศ. 2539 – 2552
ระหว่างการทำเหมืองได้มีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์จำนวนมากที่ฝังอยู่ในชั้นตะกอน ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งศึกษาทางบรรพชีวินวิทยาที่สำคัญของประเทศไทย และได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศ
การค้นพบซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญ
เต่าหับคูโอร่าแห่งเชียงม่วน
หนึ่งในการค้นพบที่สำคัญของโลก คือ เต่าหับคูโอร่าเชียงม่วนเอนซิส (Cuora chiangmuanensis) ซึ่งมีอายุประมาณ 11–12 ล้านปี ฟอสซิลชนิดนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะถือเป็นซากดึกดำบรรพ์ของเต่ากลุ่มที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน และเป็นฟอสซิลที่มีอายุมากที่สุดในโลกของเต่ากลุ่มนี้
เอปเชียงม่วน บรรพบุรุษอุรังอุตัง
นักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบฟอสซิลฟันของลิงไม่มีหาง หรือเอป ชื่อว่า Khoratpithecus chiangmuanensis ซึ่งมีอายุประมาณ 13.5–10 ล้านปี เชื่อกันว่าเอปชนิดนี้เป็นบรรพบุรุษสายตรงของอุรังอุตังในปัจจุบัน การค้นพบนี้ช่วยให้เข้าใจวิวัฒนาการของสัตว์ตระกูลลิงใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ดียิ่งขึ้น
ช้างสี่งาโบราณ
อีกหนึ่งการค้นพบที่น่าสนใจคือ ช้างโบราณสกุลเตตระโลโฟดอน (Tetralophodon) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือมีงา 4 งา ได้แก่ งาบน 1 คู่ และงาล่าง 1 คู่ ซากที่พบประกอบด้วยฟันกราม กระดูก และงา แสดงให้เห็นถึงสัตว์ขนาดใหญ่ที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้เมื่อหลายล้านปีก่อน
นอกจากนี้ยังพบซากสัตว์อื่น ๆ อีกมาก เช่น
หอยเจดีย์โบราณ
จระเข้
งู
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลากชนิด
ซึ่งช่วยให้สามารถศึกษาสภาพแวดล้อมของโลกในอดีตได้อย่างชัดเจน
การค้นพบไดโนเสาร์แก่งหลวง
นอกจากซากดึกดำบรรพ์ในเหมืองถ่านหินแล้ว พื้นที่ แก่งหลวง อำเภอเชียงม่วน ยังเป็นสถานที่ค้นพบซากกระดูกไดโนเสาร์กลุ่ม ซอโรพอด (Sauropod) ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินพืชคอยาว
การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2545 โดยชาวบ้านในพื้นที่ และถือเป็นการค้นพบไดโนเสาร์ในภาคเหนือของประเทศไทยเป็นครั้งแรก นับเป็นความสำเร็จที่สำคัญต่อวงการธรณีวิทยาและบรรพชีวินวิทยาของไทย
การอนุรักษ์และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้
หลังจากการทำเหมืองถ่านหินสิ้นสุดลง ได้มีการฟื้นฟูพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรณีวิทยาและการท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
ปัจจุบันแหล่งซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์แก่งหลวงอยู่ในความดูแลของ อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง โดยมีการสร้างอาคารครอบหลุมขุดค้นและจัดตั้ง พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์เชียงม่วน เพื่อให้ประชาชน นักเรียน และนักท่องเที่ยวได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์และประวัติศาสตร์โลกในอดีต
ลักษณะทางธรณีวิทยาของพื้นที่
พื้นที่อำเภอเชียงม่วนมีลักษณะเป็นแอ่งตะกอนที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง โดยมีโครงสร้างทางธรณีวิทยาแบบ ประทุนหงาย (Syncline) ชั้นหินในแอ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วย
หินโคลน
หินทรายแป้ง
ชั้นถ่านหินลิกไนต์
ซึ่งเกิดจากการสะสมตัวของตะกอนเป็นเวลาหลายล้านปี จนกลายเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งฟอสซิลที่สำคัญ
ขุมทรัพย์แห่งอดีตของเชียงม่วน
แหล่งซากดึกดำบรรพ์เชียงม่วนจึงเปรียบเสมือน “หน้าต่างสู่โลกในอดีต” ที่ช่วยให้เราได้เรียนรู้ถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อมของโลกเมื่อหลายล้านปีก่อน
จากเหมืองถ่านหินสู่แหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ พื้นที่แห่งนี้จึงไม่เพียงเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นมรดกทางความรู้ที่ทรงคุณค่า และเป็นความภาคภูมิใจของชาวเชียงม่วน จังหวัดพะเยา
พิกัดแผนที่
คลิกเพื่อเปิดดูเส้นทางแผนที่
เปิดใน Google Mapsคำชี้แจงก่อนทำแบบทดสอบ
โปรดอ่านเงื่อนไขก่อนเริ่มทำแบบทดสอบเพื่อรับเกียรติบัตร
แบบทดสอบวัดความรู้
ตอบคำถามให้ครบทุกข้อผลการทดสอบ
รายละเอียดผลสอบ