ต้นกำเนิดแม่น้ำยม อำเภอปง จังหวัดพะเยา
1. ประวัติและเรื่องราวของ "ต้นกำเนิดแม่น้ำยม" แม่น้ำยม เป็นหนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในสี่ของแม่น้ำสายหลักในภาคเหนือ (ปิง วัง ยม น่าน) ที่ไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสายนี้หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตและเป็นสายเลือดใหญ่ทางการเกษตรของคนไทยในหลายจังหวัดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ทำให้แม่น้ำยมมีความน่าสนใจและแตกต่างจากแม่น้ำสายอื่น คือเป็นแม่น้ำสายเดียวที่ยังไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่กั้นขวางลำน้ำสายหลัก ทำให้ระบบนิเวศของแม่น้ำยมยังคงความเป็นธรรมชาติและมีพลวัตสูงตามฤดูกาล
จุดเริ่มต้นแห่งสายน้ำ แม่น้ำยมไม่ได้ผุดขึ้นมาเป็นแม่น้ำสายใหญ่ในทันที แต่มีต้นกำเนิดมาจากลำน้ำสองสายที่ไหลลดเลี้ยวมาจากเทือกเขาสูงชัน ได้แก่:
แม่น้ำควร (ลำน้ำควร): มีต้นกำเนิดจากทิวเขาผีปันน้ำ บริเวณเทือกเขาภูลังกา ซึ่งเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนที่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ลำน้ำสายนี้หอบเอาความชุ่มชื้นและแร่ธาตุจากผืนป่าทอดตัวยาวลงมา
แม่น้ำงิม (ลำน้ำงิม): มีต้นน้ำเกิดจากดอยจี๋ ในตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน (เขตติดต่อเทือกเขาแดนลาว) ไหลผ่านอ่างเก็บน้ำน้ำงิม เข้าสู่พื้นที่อำเภอปง จังหวัดพะเยา
เมื่อสายน้ำทั้งสองสายเดินทางมาถึงบริเวณ ด้านหลังวัดบ้านบุญยืน หมู่ที่ 2 ตำบลนาปรัง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ลำน้ำควรและลำน้ำงิมได้ไหลมาบรรจบกัน ณ จุดนี้เองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "จุดกำเนิดแม่น้ำยม" ก่อนที่มวลน้ำทั้งหมดจะหลอมรวมเป็นสายเดียวและเปลี่ยนชื่อเป็น "แม่น้ำยม" ไหลพาดผ่านพื้นที่ราบสูงของอำเภอปง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา เข้าสู่จังหวัดแพร่ สุโขทัย พิษณุโลก และพิจิตร จนกระทั่งไปบรรจบกับแม่น้ำน่านที่ตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ รวมความยาวทั้งสิ้นประมาณ 735 กิโลเมตร
ความสำคัญทางวัฒนธรรมและระบบนิเวศ พื้นที่บริเวณต้นกำเนิดแม่น้ำยมที่บ้านบุญยืน ไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่ในเชิงภูมิศาสตร์เท่านั้น แต่ยังผูกพันกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวอำเภอปงอย่างลึกซึ้ง บริเวณนี้ถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน ในทุกๆ ปีจะมีการประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำบริเวณต้นกำเนิดแม่น้ำยม เพื่อนำไปใช้ในพิธีสรงน้ำ "พระธาตุจอมทอง" สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของอำเภอปง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเคารพที่ชาวบ้านมีต่อสายน้ำ
ในด้านระบบนิเวศ พื้นที่ต้นน้ำยมมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง พันธุ์ไม้น้ำและสัตว์น้ำจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ในช่วงฤดูแล้งที่น้ำใสและกระแสน้ำไม่เชี่ยวกราก จะพบพืชใต้น้ำอย่างสาหร่ายหางกระรอกเจริญเติบโตได้ดี รวมถึงพืชชายน้ำอย่าง หญ้าคา แขม และอ้อ นอกจากนี้ ลำน้ำแห่งนี้ยังเป็นแหล่งอนุบาลปลาน้ำจืดท้องถิ่นหลากหลายชนิด เช่น ปลาตะเพียน ปลาสร้อย และปลารากกล้วย ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของชุมชน
2. รายละเอียดแหล่งเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ต้นกำเนิดแม่น้ำยม เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการทัศนศึกษาและการเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ในหัวข้อต่างๆ ได้ดังนี้:
ด้านภูมิศาสตร์และอุทกวิทยา: สังเกตลักษณะทางกายภาพของการบรรจบกันของแม่น้ำสองสาย (Confluence) การไหลของกระแสน้ำ การกัดเซาะตลิ่ง และการตกตะกอน ซึ่งเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่สร้างรูปร่างให้กับแม่น้ำ
ด้านนิเวศวิทยา: ศึกษาความหลากหลายของพรรณไม้น้ำและระบบนิเวศชายฝั่ง เรียนรู้วิถีชีวิตของสัตว์น้ำจืดในเขตต้นน้ำ และความสำคัญของป่าต้นน้ำที่มีต่อปริมาณน้ำตลอดทั้งปี
ด้านประวัติศาสตร์และสังคม: ศึกษาประเพณีท้องถิ่น การใช้น้ำในการเกษตรของชาวตำบลนาปรัง และวิถีชีวิตของคนต้นน้ำที่พึ่งพาอาศัยแม่น้ำยม
3. เวลาเปิดและสิ่งอำนวยความสะดวก
เวลาเปิด-ปิด: เนื่องจากเป็นพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่ของชุมชน/วัด จึงสามารถเข้าชมได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง (แต่แนะนำให้ไปช่วงเวลา 08:00 - 17:00 น. เพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้มองเห็นสายน้ำได้ชัดเจน)
สิ่งอำนวยความสะดวก: * ลานจอดรถกว้างขวางภายในบริเวณวัดบ้านบุญยืน
ห้องน้ำสาธารณะ (สามารถใช้บริการได้ที่วัด)
ศาลาพักผ่อนริมน้ำสำหรับนั่งชมทัศนียภาพ
ร้านค้าชุมชนและร้านขายของชำในหมู่บ้าน บริการเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว
พิกัดแผนที่
คำชี้แจงก่อนทำแบบทดสอบ
โปรดอ่านเงื่อนไขก่อนเริ่มทำแบบทดสอบเพื่อรับเกียรติบัตร
แบบทดสอบวัดความรู้
ตอบคำถามให้ครบทุกข้อผลการทดสอบ
รายละเอียดผลสอบ