|
Facebook Youtube
กลับหน้าแหล่งเรียนรู้
Cover

ต้นกำเนิดแม่น้ำยม อำเภอปง จังหวัดพะเยา

1. ประวัติและเรื่องราวของ "ต้นกำเนิดแม่น้ำยม" แม่น้ำยม เป็นหนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในสี่ของแม่น้ำสายหลักในภาคเหนือ (ปิง วัง ยม น่าน) ที่ไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสายนี้หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตและเป็นสายเลือดใหญ่ทางการเกษตรของคนไทยในหลายจังหวัดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ทำให้แม่น้ำยมมีความน่าสนใจและแตกต่างจากแม่น้ำสายอื่น คือเป็นแม่น้ำสายเดียวที่ยังไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่กั้นขวางลำน้ำสายหลัก ทำให้ระบบนิเวศของแม่น้ำยมยังคงความเป็นธรรมชาติและมีพลวัตสูงตามฤดูกาล

จุดเริ่มต้นแห่งสายน้ำ แม่น้ำยมไม่ได้ผุดขึ้นมาเป็นแม่น้ำสายใหญ่ในทันที แต่มีต้นกำเนิดมาจากลำน้ำสองสายที่ไหลลดเลี้ยวมาจากเทือกเขาสูงชัน ได้แก่:

  • แม่น้ำควร (ลำน้ำควร): มีต้นกำเนิดจากทิวเขาผีปันน้ำ บริเวณเทือกเขาภูลังกา ซึ่งเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนที่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ลำน้ำสายนี้หอบเอาความชุ่มชื้นและแร่ธาตุจากผืนป่าทอดตัวยาวลงมา

  • แม่น้ำงิม (ลำน้ำงิม): มีต้นน้ำเกิดจากดอยจี๋ ในตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน (เขตติดต่อเทือกเขาแดนลาว) ไหลผ่านอ่างเก็บน้ำน้ำงิม เข้าสู่พื้นที่อำเภอปง จังหวัดพะเยา

เมื่อสายน้ำทั้งสองสายเดินทางมาถึงบริเวณ ด้านหลังวัดบ้านบุญยืน หมู่ที่ 2 ตำบลนาปรัง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ลำน้ำควรและลำน้ำงิมได้ไหลมาบรรจบกัน ณ จุดนี้เองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "จุดกำเนิดแม่น้ำยม" ก่อนที่มวลน้ำทั้งหมดจะหลอมรวมเป็นสายเดียวและเปลี่ยนชื่อเป็น "แม่น้ำยม" ไหลพาดผ่านพื้นที่ราบสูงของอำเภอปง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา เข้าสู่จังหวัดแพร่ สุโขทัย พิษณุโลก และพิจิตร จนกระทั่งไปบรรจบกับแม่น้ำน่านที่ตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ รวมความยาวทั้งสิ้นประมาณ 735 กิโลเมตร

ความสำคัญทางวัฒนธรรมและระบบนิเวศ พื้นที่บริเวณต้นกำเนิดแม่น้ำยมที่บ้านบุญยืน ไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่ในเชิงภูมิศาสตร์เท่านั้น แต่ยังผูกพันกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวอำเภอปงอย่างลึกซึ้ง บริเวณนี้ถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน ในทุกๆ ปีจะมีการประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำบริเวณต้นกำเนิดแม่น้ำยม เพื่อนำไปใช้ในพิธีสรงน้ำ "พระธาตุจอมทอง" สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของอำเภอปง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเคารพที่ชาวบ้านมีต่อสายน้ำ

ในด้านระบบนิเวศ พื้นที่ต้นน้ำยมมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง พันธุ์ไม้น้ำและสัตว์น้ำจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ในช่วงฤดูแล้งที่น้ำใสและกระแสน้ำไม่เชี่ยวกราก จะพบพืชใต้น้ำอย่างสาหร่ายหางกระรอกเจริญเติบโตได้ดี รวมถึงพืชชายน้ำอย่าง หญ้าคา แขม และอ้อ นอกจากนี้ ลำน้ำแห่งนี้ยังเป็นแหล่งอนุบาลปลาน้ำจืดท้องถิ่นหลากหลายชนิด เช่น ปลาตะเพียน ปลาสร้อย และปลารากกล้วย ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของชุมชน


2. รายละเอียดแหล่งเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ต้นกำเนิดแม่น้ำยม เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการทัศนศึกษาและการเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ในหัวข้อต่างๆ ได้ดังนี้:

  • ด้านภูมิศาสตร์และอุทกวิทยา: สังเกตลักษณะทางกายภาพของการบรรจบกันของแม่น้ำสองสาย (Confluence) การไหลของกระแสน้ำ การกัดเซาะตลิ่ง และการตกตะกอน ซึ่งเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่สร้างรูปร่างให้กับแม่น้ำ

  • ด้านนิเวศวิทยา: ศึกษาความหลากหลายของพรรณไม้น้ำและระบบนิเวศชายฝั่ง เรียนรู้วิถีชีวิตของสัตว์น้ำจืดในเขตต้นน้ำ และความสำคัญของป่าต้นน้ำที่มีต่อปริมาณน้ำตลอดทั้งปี

  • ด้านประวัติศาสตร์และสังคม: ศึกษาประเพณีท้องถิ่น การใช้น้ำในการเกษตรของชาวตำบลนาปรัง และวิถีชีวิตของคนต้นน้ำที่พึ่งพาอาศัยแม่น้ำยม

3. เวลาเปิดและสิ่งอำนวยความสะดวก

  • เวลาเปิด-ปิด: เนื่องจากเป็นพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่ของชุมชน/วัด จึงสามารถเข้าชมได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง (แต่แนะนำให้ไปช่วงเวลา 08:00 - 17:00 น. เพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้มองเห็นสายน้ำได้ชัดเจน)

  • สิ่งอำนวยความสะดวก: * ลานจอดรถกว้างขวางภายในบริเวณวัดบ้านบุญยืน

    • ห้องน้ำสาธารณะ (สามารถใช้บริการได้ที่วัด)

    • ศาลาพักผ่อนริมน้ำสำหรับนั่งชมทัศนียภาพ

    • ร้านค้าชุมชนและร้านขายของชำในหมู่บ้าน บริการเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว

พิกัดแผนที่

คำชี้แจงก่อนทำแบบทดสอบ

โปรดอ่านเงื่อนไขก่อนเริ่มทำแบบทดสอบเพื่อรับเกียรติบัตร

แบบทดสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ
ต้องผ่านเกณฑ์ 80% ขึ้นไป (8 ข้อ)
สามารถทำใหม่ได้หากสอบไม่ผ่าน
กรอกชื่อ-นามสกุล ให้ถูกต้องเพื่อออกใบประกาศ

แบบทดสอบวัดความรู้

ตอบคำถามให้ครบทุกข้อ
1. โจทย์: แม่น้ำยมมีต้นกำเนิดอยู่ที่อำเภอใดของจังหวัดพะเยา?
2. โจทย์: ต้นกำเนิดของแม่น้ำยม เกิดจากการบรรจบกันของลำน้ำสองสาย คือข้อใด?
3. โจทย์: จุดที่ลำน้ำทั้งสองสายไหลมาบรรจบกันจนเกิดเป็นต้นแม่น้ำยม ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านใด?
4. โจทย์: ต้นน้ำของแม่น้ำควร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาที่ให้กำเนิดแม่น้ำยม ไหลมาจากเทือกเขาใด?
5. โจทย์: แม่น้ำยมมีความยาวตลอดสายตั้งแต่ต้นกำเนิดจนถึงจุดสิ้นสุด ประมาณกี่กิโลเมตร?
6. โจทย์: แม่น้ำยมไหลผ่านหลายจังหวัด ก่อนจะไปบรรจบรวมกับแม่น้ำน่านที่จังหวัดใด?
7. โจทย์: บริเวณต้นกำเนิดแม่น้ำยม มีความสำคัญทางประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชนอำเภอปงอย่างไร?
8. โจทย์: พรรณไม้น้ำชนิดใดที่สามารถพบเห็นได้มากและเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในแม่น้ำยมช่วงฤดูร้อน?
9. โจทย์: หากนักเรียนต้องการเดินทางไปทัศนศึกษาที่แหล่งเรียนรู้ต้นกำเนิดแม่น้ำยม ควรตั้งพิกัดการเดินทางไปที่ตำบลใด?
10. โจทย์: ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ จังหวัดที่แม่น้ำยมไหลผ่าน?
0%

ผลการทดสอบ

รายละเอียดผลสอบ