ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา โมเดล นายกิตตินันท์ บรรจง
เรื่องราวและความเป็นมา (History & Story)
จุดเริ่มต้นแห่งความยั่งยืน ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา โมเดล ของนายกิตตินันท์ บรรจง ตั้งอยู่ที่ บ้านป่าคา หมู่ 3 ตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นที่จะพลิกฟื้นผืนดินและวิถีชีวิตเกษตรกรรมดั้งเดิม ให้ก้าวเข้าสู่การทำเกษตรแบบยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) พื้นที่อำเภอปง จังหวัดพะเยา เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีลำน้ำควรเป็นสายเลือดหลัก แต่ในอดีตเกษตรกรหลายรายมักประสบปัญหาภัยแล้งในฤดูแล้งและน้ำหลากในฤดูฝน รวมถึงปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงจากการพึ่งพาสารเคมี
นายกิตตินันท์ บรรจง จึงได้ริเริ่มปรับเปลี่ยนพื้นที่ของตนเองเพื่อเป็น "ศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิต" โดยประยุกต์ใช้แนวคิด "โคก หนอง นา โมเดล" ในการจัดการพื้นที่ให้เกิดความสมดุล โดยได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปง และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบที่สำคัญของชุมชน
การบูรณาการสู่ความยั่งยืน (World Soil Day) พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่แปลงเกษตร แต่ยังเป็นพื้นที่เชิงประจักษ์ที่ใช้ขับเคลื่อนกิจกรรมวันดินโลก (World Soil Day) ภายใต้แนวคิด "ดินดีน้ำสมบูรณ์เกื้อกูลชีวิต" (Soil and Water a source of life) ขององค์การสหประชาชาติ ศูนย์แห่งนี้แสดงให้เห็นถึงการกักเก็บน้ำ การฟื้นฟูสภาพดินด้วยการทำปุ๋ยหมัก การห่มดิน และการปลูกพืชที่เกื้อกูลกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ดินกลับมามีชีวิตและน้ำมีความสมบูรณ์
รายละเอียดแหล่งเรียนรู้และจุดสาธิต
ผู้ที่เข้ามาศึกษาดูงานในศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ จะได้เรียนรู้ผ่านฐานการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ (Learning Stations) ที่จัดสรรพื้นที่ตามสัดส่วนอย่างลงตัว ดังนี้:
ฐาน "โคก" (ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง): พื้นที่เนินดินที่เกิดจากการขุดสระ นำมาปั้นเป็นโคกเพื่อปลูกไม้ยืนต้น ไม้ผล และไม้ใช้สอย ให้ประโยชน์ในด้าน พอกิน (อาหาร), พอใช้ (ไม้ใช้สอย), พออยู่ (ไม้สร้างบ้าน) และ พอร่มเย็น (รักษาสมดุลระบบนิเวศ)
ฐาน "หนอง" (แหล่งน้ำและกสิกรรม): การขุดสระน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง โดยมีการออกแบบให้มีรูปทรงคดโค้ง (Freeform) เพื่อจำลองธรรมชาติ ช่วยลดแรงปะทะของน้ำ ภายในหนองน้ำมีการเลี้ยงปลา และปลูกพืชน้ำเพื่อเป็นอาหารและสร้างรายได้เสริม
ฐาน "นา" (ข้าวอินทรีย์): การทำนาข้าวแบบอินทรีย์ ยกคันนาให้สูงและกว้างขึ้นเพื่อใช้กักเก็บน้ำในฤดูฝน และบนคันนายังสามารถปลูกพืชผักสวนครัว หรือพืชสมุนไพร เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือนได้อย่างคุ้มค่า
ฐาน "คลองไส้ไก่และหลุมขนมครก": การขุดร่องน้ำขนาดเล็กที่คดเคี้ยวไปทั่วพื้นที่ เพื่อช่วยกระจายความชุ่มชื้นให้แก่ผิวดินและต้นไม้รอบๆ พื้นที่โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบรดน้ำที่ใช้พลังงานสูง พร้อมทั้งมีหลุมกักเก็บน้ำขนาดเล็ก (หลุมขนมครก) ตามจุดต่างๆ
ฐานการเรียนรู้รักษ์ดิน: สาธิตการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การทำน้ำหมักรสจืด รสเปรี้ยว เพื่อปรับปรุงบำรุงดินตามหลัก "เลี้ยงดิน ให้ดินเลี้ยงพืช"