|
Facebook Youtube
กลับหน้าแหล่งเรียนรู้
Cover

ขุมทรัพย์วัฒนธรรมแห่งขุนควร วัดธรรมมิการาม

เรื่องราวและประวัติความเป็นมา (History & Background)

วัดธรรมมิการาม หรือที่ชาวพื้นถิ่นในอำเภอปงมักเรียกขานกันในชื่อ "วัดสบเกี๋ยง" เป็นศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญของชาวตำบลขุนควร แม้ในทางเอกสารราชการจะระบุว่าเพิ่งได้รับการประกาศตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา (การรับรองพื้นที่ที่พระมหากษัตริย์พระราชทานให้ตั้งวัด) เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 แต่ในความเป็นจริง พื้นที่บริเวณนี้มีความผูกพันกับชุมชนและวิถีชีวิตชาวล้านนามาอย่างยาวนาน

การก่อตั้งวัดธรรมมิการามสะท้อนให้เห็นถึงพลังศรัทธาของชาวบ้านในชุมชนตำบลขุนควร ที่ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างศาสนสถานเพื่อเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และต่อยอดพัฒนาจนกลายเป็นแหล่งเก็บรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอปง จังหวัดพะเยา

รายละเอียดแหล่งเรียนรู้และจุดที่น่าสนใจ (Learning Resources)

ความโดดเด่นที่ทำให้วัดธรรมมิการามเป็น "ห้องเรียนมีชีวิต" คือการบูรณาการพื้นที่ทางศาสนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีจุดเด่นหลักๆ ดังนี้:

1. พิพิธภัณฑ์เมืองขุนควร (กุฏิไม้ทรงไทยโบราณ) ทางวัดได้มีดำริในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของบรรพบุรุษ โดยใช้อาคารกุฏิไม้ทรงไทยที่มีความงดงามตามสถาปัตยกรรมท้องถิ่น จัดตั้งเป็น "พิพิธภัณฑ์เมืองขุนควร" เพื่อเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ของชุมชน ภายในจัดแสดงนิทรรศการและวัตถุโบราณที่ประเมินค่าไม่ได้ การเดินชมภายในกุฏิไม้แห่งนี้ ผู้เรียนจะได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของอดีต และตระหนักถึงรากเหง้าของชาวพะเยา

2. คลังผ้ายันต์ล้านนาโบราณ (The Lanna Yantra Collection) ถือเป็นไฮไลต์ระดับภูมิภาค ภายในพิพิธภัณฑ์ได้เก็บรวบรวม ผ้ายันต์ล้านนาภาคเหนือชนิดต่างๆ กว่า 200 ผืน ซึ่งผ้ายันต์แต่ละผืนมีอายุตั้งแต่ 50-70 ปี และบางผืนเก่าแก่มากกว่า 100 ปีขึ้นไป ผ้ายันต์เหล่านี้ไม่ใช่แค่เครื่องรางของขลัง แต่เป็น "บันทึกทางประวัติศาสตร์" ที่สะท้อนถึง:

  • ศิลปะอักษรล้านนา (ตัวเมือง): ผู้เรียนสามารถศึกษารูปแบบตัวอักษรโบราณที่จารึกอยู่บนผ้า

  • คติความเชื่อและไสยเวทย์: ลวดลายสัตว์หิมพานต์ เทพยดา และอักขระต่างๆ สะท้อนจิตวิทยาและความเชื่อในการปกป้องคุ้มครองภัยของคนโบราณ

  • ภูมิปัญญาสิ่งทอและสีธรรมชาติ: การทอผ้าและการใช้สีจากธรรมชาติในการเขียนยันต์ที่ทนทานนับร้อยปี

3. โบราณวัตถุและคัมภีร์ล้านนา นอกจากผ้ายันต์แล้ว พิพิธภัณฑ์ยังเก็บรักษา พระพุทธรูปเก่าแก่ รวมถึง พระพุทธรูปที่แกะสลักจากงาช้าง ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีตะกรุดและ คัมภีร์ตำราล้านนา (คัมภีร์ใบลาน/พับสา) ที่บันทึกสรรพวิชาความรู้ของคนโบราณ ทั้งตำรายาพื้นบ้าน ตำราโหราศาสตร์ และวรรณกรรมท้องถิ่น เป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีสำหรับผู้ที่สนใจทำวิจัยด้านภาษาและวรรณกรรมล้านนา

4. งานประเพณี "สีสันโคมไฟล้านนานานาชาติ" เพื่อเป็นการสืบสานประเพณี ในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี (ช่วงเทศกาลยี่เป็ง) วัดธรรมมิการามจะถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงาน สีสันโคมไฟล้านนานานาชาติ ภายในงานจะมีการประดับโคมไฟล้านนารูปแบบต่างๆ นับพันดวง พร้อมแสง สี เสียง และบรรยากาศงานวัดแบบดั้งเดิม ถือเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษาการทำโคมล้านนา ประเพณีท้องถิ่น และการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชน

พิกัดแผนที่