แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม วัดพระธาตุดอยหยวก จังหวัดพะเยา
ประวัติความเป็นมาและตำนาน (History & Legends)
วัดพระธาตุดอยหยวก เป็นปูชนียสถานสำคัญที่อยู่คู่กับชาวอำเภอปง จังหวัดพะเยา มาอย่างยาวนาน โดยตั้งอยู่บนเนินเขาที่มีบรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ แต่เดิมนั้นพระธาตุแห่งนี้มีชื่อเรียกขานกันว่า "พระธาตุภูเติม" ตำนานการสร้างพระธาตุ: ตามตำนานพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาเล่าว่า เมื่อครั้งพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จจาริกมายังดอยภูเติมแห่งนี้ ในเวลานั้นมีพญานาคผู้ทำหน้าที่รักษาดอยภูเติมอยู่ เมื่อเห็นพระพุทธองค์ก็เกิดความเข้าใจผิด คิดว่าเป็นพญาครุฑซึ่งเป็นศัตรูตามธรรมชาติ จึงได้พยายามแทรกกายหลบหนี แต่เมื่อพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมเทศนาโปรด พญานาคก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างแรงกล้า พระพุทธองค์จึงได้ประทาน "พระเกศา" (เส้นผม) ให้แก่พญานาคตนนั้นเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
นอกจากนี้ พระพุทธองค์ยังได้มีพุทธดำรัสสั่งการกับพระอานนท์ไว้ว่า เมื่อพระองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว ให้นำ "พระอัฐิจักษุ" (กระดูกริมตาข้างขวา) มาประดิษฐานไว้ร่วมกับพระเกศาธาตุ ณ ดอยแห่งนี้ ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการริเริ่มสร้างองค์พระธาตุขึ้นเพื่อบรรจุพระเกศาและพระอัฐิจักษุเบื้องขวาของพระพุทธองค์ และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเรียกขานเป็น "วัดพระธาตุดอยหยวก" อย่างในปัจจุบัน
การบูรณปฏิสังขรณ์: ในอดีตบริเวณนี้เคยมีวัดตั้งอยู่ 2 แห่ง คือ "วัดบน" (วัดพระธาตุดอยหยวกในปัจจุบัน ซึ่งเคยกลายเป็นวัดร้างไปช่วงหนึ่ง) และ "วัดล่าง" ต่อมาเมื่อคณะสงฆ์จากจังหวัดน่านเดินทางมาตรวจการคณะสงฆ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของปูชนียสถานบนเนินเขาแห่งนี้ จึงได้เริ่มมีการฟื้นฟู วัดพระธาตุดอยหยวกได้รับการตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2430 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2456
เนื่องจากองค์พระธาตุมีความเก่าแก่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ในปี พ.ศ. 2525 จึงได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ โดยการสร้างองค์พระธาตุเจดีย์องค์ใหม่ที่มีความวิจิตรงดงามครอบทับองค์เดิมเอาไว้
รายละเอียดแหล่งเรียนรู้ภายในวัด (Learning Resources)
วัดพระธาตุดอยหยวกไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นแหล่งรวมศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า ดังนี้
1. องค์พระธาตุดอยหยวก (เจดีย์ประธาน) องค์พระธาตุเจดีย์สีทองอร่าม ตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่เคียงข้างวิหาร เป็นศิลปะที่สะท้อนเอกลักษณ์ของช่างฝีมือพื้นถิ่นพะเยาและล้านนา มีซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ทั้งสี่ทิศ ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีตามซุ้มและฐานองค์ระฆัง ส่วนยอดเป็นฉัตรทองคำ และที่มุมทั้งสี่มีเจดีย์บริวารตั้งอยู่ ภายในเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดคือ พระเกศาธาตุและพระอัฐิจักษุของพระพุทธเจ้า
2. วิหารศิลปะล้านนา วิหารของวัดพระธาตุดอยหยวกแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่โตนัก แต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งสถาปัตยกรรมล้านนาโบราณ
หลังคา: มุงด้วยวัสดุที่เรียกว่า "แป้นเกล็ด" (แผ่นไม้ขนาดเล็กที่นำมาวางซ้อนกันเป็นหลังคา ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน)
หน้าบัน: แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงเป็นลายพรรณพฤกษาและดอกแก้ว
ใบระกาและหางหงส์: ใบระกาทาด้วยสีทอง สอดรับกับหางหงส์ที่เป็นงานไม้แกะสลักรูปพญานาคสีเขียวงดงาม
เชิงเทิน: จุดเด่นที่สำคัญคือการแกะสลักไม้กระดานเป็นรูปสัตว์ในตำนาน รูปช้าง และรูปสัตว์ประจำปีนักษัตรทั้ง 12 (๑๒ นักษัตร) ซึ่งเป็นกุศโลบายทางศิลปะที่เชื่อมโยงความเชื่อเรื่องปีเกิดของชาวล้านนา
3. พื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติและภูมิปัญญาสมุนไพร ด้วยภูมิประเทศที่ตั้งอยู่บนเนินเขา วัดจึงมีความร่มรื่น นอกจากนี้ ท่านเจ้าอาวาสยังเป็นปราชญ์ชุมชนที่มีความรู้ด้านสมุนไพร บริเวณวัดจึงมีการปลูกและจัดสรรพื้นที่เป็นสวนป่าสมุนไพร เพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้ศึกษาพรรณไม้และสรรพคุณทางยา ถือเป็นการบูรณาการพุทธศาสนาเข้ากับการดูแลสุขภาวะของชุมชน
4. ประเพณีขึ้นธาตุแปดเป็ง เป็นงานบุญประเพณีประจำปีที่สำคัญของวัดและชาวอำเภอปง จัดขึ้นเพื่อสรงน้ำพระธาตุและรำลึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระบรมสารีริกธาตุ งานนี้สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาและความสามัคคีของชุมชน ทั้งยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การฟ้อนเจิง และการตีกลองสะบัดชัย